Alpha Version

box_search
bg_topmenu_right
บทความ
 
จารึกในประเทศไทย >> ว่าด้วยเรื่องของ "ศก" กับการกำหนดอายุจารึกอักษรขอมโบราณ
 

 

 

       
 

คำว่า "ศก" หรือ "สก" มีความหมาย ว่า ผม มาจากคำว่า "สก่" ในภาษาเขมร หมายถึง ผม เช่นเดียวกัน คำว่า "ศก" นี้ นอกจากจะใช้ในความหมายว่า ผม แล้ว ในวงการศึกษาด้านจารึก ยังใช้เรียกเส้นหยักๆ ที่อยู่ส่วนบนของอักษรขอมบางตัวอีกด้วย เช่นเส้นบนของอักษร ก    ,  ค   , จ   , ต   , ถ   , ธ   , ภ   , ว   และ ศ     เป็นต้น
การมีศกอยู่ด้านบนของตัวอักษรเป็นลักษณะเฉพาะของอักษรขอม ตั้งแต่อักษรขอมโบราณ (พุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๘) มาจนถึงอักษรขอมปัจจุบัน (พุทธศตวรรษที่ ๒๖) กล่าวคือ เมื่อเทียบกับอักษรโบราณที่พบในอาณาจักรข้างเคียง ได้แก่ อักษรมอญโบราณที่ใช้ในอาณาจักรหริภุญไชย และอักษรกวิที่ใช้ในอาณาจักรศรีวิชัย ไม่พบว่ามีอักษรชนิดใดที่มีศกเหมือนกับอักษรขอม
"ศก" นอกจากจะเป็นลักษณะเฉพาะของอักษรขอมแล้ว รูปแบบของศกยังเป็นจุดสังเกตเบื้องต้นที่ใช้ในการพิจารณากำหนดอายุอักษรขอมโบราณอีกด้วย เพราะศกมีการพัฒนา และคลี่คลายไปตามกาลเวลา กรณีพบจารึกอักษรขอมโบราณที่มิได้ระบุศักราช มิได้ระบุพระนามของกษัตริย์ หรือข้อบ่งชี้อื่นๆ นักภาษาโบราณจะสามารถพิจารณากำหนดอายุของจารึกจากศกได้ในเบื้องต้น


 

พัฒนาการของ "ศก"   
"ศก" พัฒนามาจากส่วนที่เรียกว่า "บ่าอักษร" ที่ปรากฏในอักษรหลังปัลลวะ (พุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๔) ส่วนที่เป็นบ่าอักษร คือส่วนที่เป็นขีดเล็กๆ อยู่ส่วนบนของตัวอักษรบางตัว เช่น ก   , ค   , จ   , ต   , ภ    และ ศ        ขีดเล็กๆ ที่อยู่ด้านบนนี้ ต่อมาได้พัฒนาทั้งขนาดและรูปแบบจนกลายเป็นศกในอักษรขอมโบราณ  ที่มีลำดับพัฒนาการต่างๆ กัน ดังตัวอย่าง

  

 

นอกจากรูปแบบของศกที่จะพัฒนาไปตามลำดับแล้ว รูปแบบของอักขรวิธีที่เกี่ยวข้องกับศกยังมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จนสามารถนำมาใช้ในการพิจารณากำหนดอายุอักษรขอมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัดหรือไม่ตัดศก ในกรณีที่พยัญชนะต้นนั้นๆ มีสระบนว่าด้วยเรื่องของ "ศก" กับการกำหนดอายุจารึกอักษรขอมโบราณ

 การกำหนดอายุอักษรขอมโบราณจาก "ศก"
 ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่า การที่จะกำหนดอายุอักษรขอมโบราณโดยพิจารณาจากศกนั้น(กรณีที่ในจารึกมิได้ระบุศักราช หรือข้อบ่งชี้อื่นๆ) มีสองส่วนที่ต้องพิจารณาประกอบกัน ได้แก่ (๑) รูปแบบของ ศก และ (๒) อักขรวิธีที่เกี่ยวข้องกับศก อย่างไรก็ตาม เราสามารถแบ่งอายุและรูปแบบพัฒนาการของอักษรขอมโบราณโดยพิจารณาจากศก ได้เป็น ๔ ช่วง ดังนี้
๑. อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๕
๒. อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๖
๓. อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๗
๔. อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๘
๑.   อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๕ 
ศกของอักษรรุ่นนึ้ จะยังเป็นเส้นโค้งคว่ำอยู่ด้านบนของตัวอักษร ยังไม่มีลักษณะหยักชัดเจนนัก บางตัวยังมีลักษณะเป็นบ่าอักษรที่ค่อนข้างยาว และเมื่อมีสระบน สระนั้นก็จะแทนที่ศก คือตัดศกออกไป นวพรรณ  ภัทรมูล
สำนักวิจัยและสนับสนุนการวิจัย
๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐

 

๒.   อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๖
 ศกรุ่นพุทธศตวรรษที่ ๑๖ นี้ จะเริ่มมีลักษณะที่หยักเล็กน้อย มีทั้งที่เป็นศกเล็กๆ สองศกโค้งไปทางเดียวกัน และศกเดี่ยวที่มีหยักตรงกลาง และเมื่อมีสระบน สระนั้นจะวางไว้เหนือศกศก คือไม่มีการตัดศก


 

 

๓.   อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๗
 ศกรุ่นพุทธศตวรรษที่ ๑๗ มีหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นรูปหยัก รูปไม่หยัก และตัวอักษรในจารึกบางหลักก็แทบมองไม่เห็นศก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีสระบน สระนั้นก็จะแทนที่ศก คือตัดศกออกไป  เช่นเดียวกับรูปแบบของพุทธศตวรรษที่ ๑๕ 

 


  ตัวอย่างศก พุทธศตวรรษที่ ๑๗      

 

 

๔.   อักษรขอมโบราณ อายุพุทธศควรรษที่ ๑๘
 ศกรุ่นพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เท่าที่พบจะมีรูปแบบเป็นสองศกเล็ก ค่อนข้างสมบูรณ์ คือมีความโค้ง หยัก และลึก อย่างชัดเจน ส่วนรูปแบบการวางสระบนนั้น วางไว้เหนือศก เช่นเดียวกับรูปแบบของพุทธศตวรรษที่ ๑๖ 

 

 

การกำหนดอายุจารึก

อักษรขอมโบราณ โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนอื่นเลย คือ ศักราชที่ปรากฏในจารึก ลำดับต่อมา หากไม่พบศักราช ก็ต้องดูที่เนื้อความจารึก ว่ากล่าวถึงกษัตริย์พระองค์ไหนบ้าง หรือกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญใดบ้าง ฯลฯ การกำหนดอายุจารึกจากศกนี้ มักจะใช้ในกรณีที่ไม่พบข้อบ่งชี้อื่นเลยจริงๆ ผู้เขียนเขียนบทความนี้โดยอาศัยข้อมูลอย่างกว้างๆ  คือเปรียบเทียบรูปอักษรจากจารึกที่ระบุศักราชกับจารึกที่ไม่ได้ระบุศักราช แต่มีการกำหนดอายุแล้วโดยกองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร  เพื่อดูว่าจารึกดังกล่าวมีความเหมือนกันที่ตรงไหน แล้วจัดจารึกไว้ตามกลุ่มอายุ  ข้อมูลนี้อาจจะไม่ครอบคลุมเสมอไป และยังมีบ้างสำหรับจารึกที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวมา เพราะจารึกบางหลักอาจสร้างขึ้นในช่วงรอยต่อของยุคสมัย หรือปรากฏในสถานที่ที่ไม่ใช่ศูนย์กลางของพัฒนาการ  จึงหวังแต่เพียงว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยปูทางสำหรับผู้สนใจในอันที่จะศึกษาต่อไปอย่างละเอียดลึกซึ้ง

รวบรวมตัวอย่างอักษรจาก จารึกอักษรขอมโบราณ  ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย (http://www.sac.or.th/jaruk/)
๑. จารึกทวลระลมทิม
๒. จารึกบ้านซับบาก
๓. จารึกปราสาท
๔. จารึกปราสาททัพเสียม ๑
๕. จารึกปราสาททัพเสียม ๒
๖. จารึกปราสาทหินพนมรุ้ง ๘
๗. จารึกปราสาทหินพนมรุ้ง ๙
๘. จารึกวัดตาพระยา
๙. จารึกวัดถ้ำพระ
๑๐. จารึกสด๊กก๊อกธม ๑
๑๑. จารึกเมืองพิมาย

 

 

 

 
PDF ดาวน์โหลดเอกสาร PDF
letter ส่งต่อหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
cor_tabhome_3 blank cor_tabhome_4
 
title_calendar
 
 
cor_tabhome_1 blank cor_tabhome_2
blank
title_book
btn_backbook_1 btn_nextbook_1
พิพิธภัณฑ์สิงคโปร์
พิพิธภัณฑ์สิงคโปร์
แนวความคิดฮาบิทัสของ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ กับทฤษฎีทางมานุษยวิทยา
แนวความคิดฮาบิทัสของ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ กับทฤษฎีทางมานุษยวิทยา
มองสังคมผ่านชีวิตในชุมชน
มองสังคมผ่านชีวิตในชุมชน
เสียงของประเทศไทย
เสียงของประเทศไทย
blank
title_video
blank
title_searchmap
 
 
 
 
icon_twitter
 
 
blank
 
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th
| สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 |เงื่อนไขและข้อตกลง